Genting Club OPINION : จีนจะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก?

Genting Club

ชาติที่ไม่เคยประสบความสำเร็จแม้แต่การแข่งขันในระดับเอเชีย แต่ทำไมพวกเขาถึงกล้าประกาศตัวขอคว้าแชมป์โลกในปี 2050

Genting Club หากเอ่ยชื่อ“จีน”คงไม่ต้องเสียเวลาบรรยายสรรพคุณความยิ่งใหญ่ จำนวนประชากรกว่า 1,300 ล้านคนคือข้อได้เปรียบทำให้พวกเขามีตัวเลือกด้านทรัพยากรบุคคลมากกว่าทุกชาติในโลก บวกกับแนวคิดของผู้นำคนปัจจุบันที่เปิดรับไอเดียก้าวหน้าจากภายนอกเข้ามาพัฒนาประเทศ จีนจึงยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นชาติมหาอำนาจของโลกอย่างรวดเร็วเหมือนทุกวันนี้

จีนไม่ได้เจริญก้าวหน้าแค่ระบบเศรษฐกิจและการทหาร แต่วงการกีฬาของพวกเขายังพัฒนาไกลไปสู่ระดับสากล ผลงานติด 1 ใน 4 อันดับแรกทุกครั้งในมหกรรมโอลิมปิคส์นับตั้งแต่ปี 1992 เป็นต้นมาคือหลักฐานยืนยันชั้นดี โดยหนึ่งในนั้นเป็นการครองจ้าวเหรียญทองใน”ปักกิ่ง เกมส์”บ้านของตัวเองเมื่อปี 2008

แต่ใช่ว่าจีนจะประสบความสำเร็จในทุกชนิดกีฬา เพราะมีอยู่อย่างหนึ่งที่พวกเขาไม่เคยมีรางวัลติดไม้ติดมือ นั่นคือ”ฟุตบอล”กีฬาอันดับหนึ่งของโลก

แม้ว่าทีมชาติจีนจะเคยผ่านไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้วในปี 2002 แต่พวกเขายังไม่เคยซิวแชมป์รายการระดับเมเจอร์มาครองแม้แต่ครั้งเดียว ใกล้เคียงที่สุดคือการคว้าตำแหน่งรองแชมป์ในศึก”เอเชียน คัพ”ปี 1984 และ 2004 ชาติที่มีความพร้อมทุกด้านแต่กลับไม่เคยได้แชมป์แม้แต่ในระดับทวีป ถ้าคุณเป็นจีนคุณจะรู้สึกอย่างไร?

นี่จึงเป็นที่มาของการปฏิรูปวงการฟุตบอลในประเทศอย่างจริงจัง รัฐบาลจีนสั่งกวาดล้างการคอร์รัปชัน, การพนันผล และการล้มบอลที่เป็นปัญหาถ่วงความเจริญของเกมลูกหนังแบบถอนรากถอนโคนในปี 2010 ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนในสมาคมลูกหนังถูกจับดำเนินคดี

ภาพลักษณ์ของวงการลูกหนังถูกชะล้างจนสะอาดเอี่ยม ฟุตบอลในเมืองจีนพัฒนาขึ้นตามลำดับนับจากนั้น อัตราแฟนบอลเข้าชมเกมในสนามเติบโตขึ้น, สโมสรเริ่มลงทุนคว้าแข้งตัวท็อปในยุโรปอย่าง ดาริโอ คอนก้า, ดิดิเยร์ ดร็อกบา, นิโกลาส์ อเนลก้า, เซดู เกต้า หรือ เฟรเดอริค กานูเต้ พร้อมทั้งอิมพอร์ตกุนซือมีดีกรีอย่าง เซร์คิโอ บาติสต้า, ฌอง ติกานา และ มาร์เซโล ลิปปี้ เทรนเนอร์ทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลก 2006 เข้ามาทำทีม

ปัจจัยเสริมเหล่านี้ช่วยจีนถีบตัวเองขึ้นมาอยู่แถวหน้าของลูกหนังเอเชียในพริบตา ทั้งในแง่ระดับมาตรฐานของลีกและศักยภาพของนักเตะในท้องถิ่น กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ประกาศศักดาคว้าแชมป์”เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก” 2 สมัย ในปี 2013 และ 2015 แม้ว่าหลายคนค่อนขอดว่าความสำเร็จของทีมจีนมาจากการเอาเงินฟาดหัวผู้เล่นดาวดังจากต่างชาติ ใช่ – มันคือเรื่องจริง แต่จะเห็นภาพแท้จริงก็ต้องดูให้ถึงรายละเอียด